ความแตกต่างระหว่าง Ready-to-Wear กับ Made-to-Measure กับ Bespoke

หลายๆคนคงสงสัยว่า??  การตัดเย็บชุดสูท แบบ Ready-to-Wear กับ Made-to-Measure กับ Bespoke มันต่างกันอย่างไรบ้าง ลองมาดูกันค่ะ

1. Ready-to-Wear

             เป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่มีการวางจำหน่ายในรูปแบบของงานไซส์ทั่วไป เช่น S, M, L, XL, XXL    ซึ่งเป็นเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ต้องขึ้นทรงจาก Pattern ที่ Tailor คิดว่าสวยและสามารถฟิตกับคนส่วนใหญ่ได้มากที่สุด  ซึ่งเราต้องมีสัดส่วนที่คล้ายคลึงกับหุ่นที่ Tailor ใช้ขึ้นแพทเทิร์นไว้จึงจะสามารถใส่ออกมาได้สวยและพอดี หากสวมใส่แล้วไม่พอดี ก็จะต้องนำมาแก้ไขเอง ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปทรงของตัวสูทได้ตามต้องการ 100%   หรือถ้าขนาดไม่พอดีกับรูปร่างของคุณ ก็จะทำให้ เกิดรอยย่นในตัวสูทที่คุณสวมใส่ได้

2. Made-To-Order

              เป็นการผลิตตามสั่ง เหมือนกับ Ready To Wear ทุกอย่าง แตกต่างที่เราสามารถเลือกสั่งออฟชั่นบางอย่างได้ เช่น สี หรือเนื้อผ้า

3. Made-To-Measure

              เป็นการนำเอาแพทเทิร์นที่มีอยู่แล้วของไซส์แบบมาตราฐานมาปรับให้เข้ากับขนาดตัวของผู้สั่ง ซึ่งสามารถเลือก สี หรือเนื้อผ้าได้

4. Bespoke

               Bespoke นั้นจะเป็นการวัดตัว  สร้างแพทเทิร์นขึ้นมาใหม่ตามสัดส่วนร่างกายให้เหมาะสมกับผู้สั่งตัด  การผลิตแบบ Bespoke นั้นจำเป็นจะต้องวัดขนาดอย่างละเอียด เก็บรายละเอียดว่าผู้สั่งตัด เช่น มีความสูงเท่าไหร่ น้ำหนัก ลักษณะการยืน ไหล่ทั้งสองข้างสูงต่ำกว่ากัน มีหน้าท้องไหม  ดังนั้นแล้วการผลิตเสื้อผ้าแบบ Bespoke จะเป็นการให้บริการที่มีความละเอียดมากกว่า และแม่นยำมากกว่า Made To Measure มาก ดังนั้นแม้จะเป็นงาน Bespoke เหมือนกัน แต่คุณภาพการตัดเย็บก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก ซึ่งจะออกมาสวย หรือไม่สวยขนาดไหนก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ และฝึมือของ Tailor
              หลังจากได้ทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละแบบไปแล้ว ทางร้าน NK SUIT ขอมอบความประทับใจในการสั่งตัดชุดสูทแบบ Bespoke ให้กับคุณ โดยทีมช่างผีมือเยี่ยมตัดเย็บประสบการณ์มากกว่า 30 ปี พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาตลอดจนส่งมอบสูทตัวเก่งของคุณ 

NK SUIT (เอ็นเคสูท)

Tel. 082-956-2442
Line id : @nksuit
Facebook : nksuit
Instagram : nksuit
2023-07-09T15:32:19+00:00

Share This Story, Choose Your Platform!

Go to Top